อังคาร, ตุลาคม 16, 2018
   
TEXT_SIZE

ตามหาปลาข่า (โลมาอิรวดี)...ในจ.สตรึงแตรง (เขมร)

"มหานทีสี่พันดอน"เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงในประเทศลาวแตกตัวเป็นรูปพัด มีเกาะแก่งผุดขึ้นจำนวนมาก ด้านใต้สุดของสี่พันดอน เป็นชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา เป็นเวิ้งน้ำที่กว้างและลึก ความอบอุ่นของกระแสน้ำ ทำให้ฝูงปลามาชุกชุมกัน ณ จุดนี้ เป็นที่พักอาศัยของ โลมาน้ำจืด หรือ โลมาอิรวดี ที่ชาวลาวเรียกว่า "ปลาข่า" (Irrawaddy dolphin) ซึ่งปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง

       โลมาอิรวดี หรือ โลมาหัวบาตรมีครีบหลัง (อังกฤษ: Irrawaddy dolphin, Ayeyarwaddy dolphin; ชื่อวิทยาศาสตร์: Orcaella brevirostris) เป็นโลมาชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์โลมามหาสมุทร (Delphinidae) โลมาอิรวดีมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก เช่น "โลมาหัวบาตรมีครีบหลัง", "โลมาน้ำจืด", "โลมาหัวหมอน" ในภาษาใต้ และ "ปลาข่า" (ປາຂ່າ) ในภาษาลาว เป็นต้นรูปร่างหน้าตาคล้ายโลมาทั่วไป แต่มีลักษณะเด่นคือ หัวที่มนกลมคล้ายบาตรพระ ลำตัวสีเทาเข้ม แต่บางตัวอาจมีสีอ่อนกว่า ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ด้านล่าง ครีบข้างลำตัวแผ่กว้างเป็นรูปสามเหลี่ยม ครีบบนมีขนาดเล็กมาก มีรูปทรงแบนและบางคล้ายเคียว มีขนาดประมาณ 180-275 เซนติเมตร น้ำหนักไม่มีรายงาน

       โลมาอิรวดี มีการกระจายอย่างกว้างขวางในมหาสมุทรแปซิฟิก, มหาสมุทรอินเดีย, อ่าวไทย มักพบเข้ามาอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยและทะเลสาบหรือน้ำจืด เช่น บริเวณปากแม่น้ำ โลมาอิรวดีบางกลุ่มอาจเข้ามาอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ด้วย เช่น แม่น้ำโขง และทะเลสาบเขมร ในปี พ.ศ. 2459 มีรายงานว่าพบอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

       โลมาหัวบาตถูกค้นพบครั้งแรกที่แม่น้ำอิรวดี ในประเทศพม่า จึงเป็นที่มาของชื่อ ปัจจุบันในน้ำจืด สามารถพบได้ 5 แห่ง คือ ทะเลสาบชิลิก้า ประเทศอินเดีย, แม่น้ำโขง, ทะเลสาบสงขลา, แม่น้ำมหาคาม ประเทศอินโดนีเซีย และปากแม่น้ำบางปะกง โดยสถานที่ ๆ พบได้น้อยที่สุดและถือเป็นแหล่งวิกฤตที่สุด คือ ทะเลสาบสงขลา ในส่วนที่เป็นน้ำจืดหรือน้ำกร่อย หรือที่เรียกว่า ทะเลน้อย โลมาอิระวดีอาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม แต่ในไทยเราเรียกทั้งโลมาอิรวดีและโลมาหัวบาตร ทางภาคใต้

เรียกว่าโลมาหัวหมอน

       โลมาอิรวดีมีพฤติกรรมพบได้บริเวณที่มีน้ำขุ่น สามารถอยู่ใต้ผิวน้ำได้นานถึง 70-150 วินาที แล้วจะโผล่ขึ้นมาหายใจสลับกัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนาน 9 เดือน ลูกที่เกิดมามีขนาด 40 % ของตัวโตเต็มวัย อาหาร ได้แก่ กุ้ง ปลา และหอยที่อยู่บนผิวน้ำและใต้โคลนตม สถานภาพจัดอยู่ในบัญชีประเภทที่ 1 ของไซเตส (Appendix I) คือ ห้ามซื้อขาย ยกเว้นมีไว้ในการศึกษาและขยายพันธุ์


       โลมาอิรวดีซึ่งเป็นโลมาน้ำจืด กลุ่มที่อาศัยในแม่น้ำโขงตกอยู่ในภาวะเสี่ยงจะสูญพันธุ์อย่างมาก จำนวนของโลมาที่อาศัยในแม่น้ำโขงระยะทาง 190 กิโลเมตร ที่ไหลผ่านระหว่างภาคใต้ของลาว กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา ลดลงเหลือเพียงประมาณ 85 ตัวเท่านั้น

       ปลาโลมาอิระวดีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์ อาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ลักษณะของปลาโลมาชนิดนี้มีหัวกลมทุย ไม่มีจงอย ลำคอใหญ่ยืดหยุ่นได้ ลำตัวสีเทาดำ ผิวหนังหนาและลื่นด้วยไขมัน ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง มีโอกาสพบเห็นได้น้อยมาก บริเวณที่สามารถพบปลาโลมาชนิดนี้คือช่วงตอนล่างของแม่น้ำโขงช่วงรอยต่อระหว่างชายแดนลาวและกัมพูชา และในแม่น้ำอิระวดีในพม่าเท่านั้น ชาวลาวนับถือและรักโลมาชนิดนี้มากไม่มีการล่ามาทำอาหาร

       สำหรับโลมาอิรวดีนั้นจะมีลักษณะเด่น คือ หัวกลม ปากสั้น ตาตี่ หน้าตาบ้องแบ๊ว และด้วยความที่ว่าโลมาอิรวดีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต้องโผล่ขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำอยู่เรื่อยๆ จึงมีโอกาสได้พบเห็นทั้งวัน แต่บางช่วงเวลาโลมาอาจจะว่ายเข้าไปในเขตกัมพูชา

       แม้โลมาอิรวดีจะถูกขึ้นเป็นสัตว์ในบัญชีหนึ่งเพื่อการอนุรักษ์ ห้ามมีการซื้อขายระหว่างประเทศเด็ดขาดนั้น จาก คณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้ารหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าหายาก (ไซเตส) แต่โลมาอิรวดียังถูกล่าเพื่อแล่เนื้อขาย แล่ขายกลางตลาดเลยครับ

      รัฐบาลกัมพูชาประกาศจำกัดเขตทำการประมงในแม่น้ำโขง เพื่อคุ้มครองโลมาน้ำจืดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง โดยเขตอนุรักษ์โลมาอิรวดี หรือ โลมาหัวบาตรมีครีบหลัง ซึ่งได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมประจำสัปดาห์คณะรัฐมนตรีกัมพูชาในวันนี้ จะครอบคลุมพื้นที่ความยาว 180 กม. ตามแนวแม่น้ำโขง จากจังหวัดกระแจะ ทางภาคตะวันออกของประเทศ ไปขนจรดเขตแดนประเทศลาว การประมงในเขตที่กำหนดสามารถทำได้ แต่ห้ามการใช้เรือนแพ กรงดักปลา รวมทั้งแห และอวน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อโลมาอิรวดี.../

       WWF (World Wildlife Fund) ได้กล่าว การตายของโลมาอิรวดีในกัมพูชาครั้งล่าสุดทั้ง 10 ตัวที่ว่านั้นหมายถึงโลมาอิรวดีลดจำนวนลงถึง 10% ของโลมาทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในบริเวณแม่น้ำโขงในประเทศลาว และกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้มีอยู่ประมาณ 80-100 ตัว เท่านั้น ในขณะที่เชื่อกันว่าในแหล่งอื่นๆ ทั่วโลกยังมีโลมาอิรวดีอยู่ทั้งหมดอีกประมาณ 1,000 ตัว อย่างเช่นที่พบตามชายฝั่งบริเวณปากแม่น้ำของไทย และแหล่งอื่นอีกตามแหล่งน้ำจืดในเอเชียรัฐบาลกัมพูชาประเมินว่า ปัจจุบันมีโลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเขตประเทศ เหลืออยู่ประมาณ 155-175 ตัว แต่จากการสำรวจของ กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) เมื่อปีที่แล้ว พบว่าเหลืออยู่เพียงแค่ 85 ตัว แถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาในวันนี้ ระบุว่า การกำหนดเขตคุ้มครองใหม่ นอกจากจะช่วยอนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างยั่งยืนแล้ว ยังจะเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วย.

       การท่องเที่ยวเพื่อดูโลมาในพื้นที่ดังกล่าวกลับขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ปีที่แล้วคาดว่ามี นักท่องเที่ยวราว 20,000 คนมาดูโลมาในบริเวณดังกล่าว นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวดูโลมาจากหนึ่งในสองจุด ชมโลมาฝั่งลาว เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ส่วนในฝั่งกัมพูชา นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังหนึ่งในสองจุดชมโลมาฝั่งกัมพูชา เพิ่มขึ้นเกือบสามสิบเท่านับตั้งแต่ปี 2548 โลมาน้ำจืดไม่เพียงแต่สร้างกำไรในการดำรงชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น พวกมันยังเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงความสมบูรณ์และ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบนิเวศน์น้ำจืดอีกด้วย ดังนั้นการลด

       โลมาน้ำจืดไม่เพียงแต่สร้างกำไรในการดำรงชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น พวกมันยังเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงความสมบูรณ์และ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบนิเวศน์น้ำจืดอีกด้วย ดังนั้นการลดจำนวนลงของโลมา ยังอาจสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้ม การเสื่อมถอยของระบบนิเวศน์ในองค์รวม ซึ่งเป็นสิ่งที่คนท้องถิ่นต้องพึ่งพิงอย่างมาก

       "...วันนี้ เรามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านโอสวาย ตรงกันข้ามกับบ้าน "เวินคาม" เมืองชายแดนทางตอนใต้ของลาว เป็นรอยต่อระหว่างชายแดนลาวและกัมพูชา จากจุดนี้เราสามารถนั่งเรือหางยาวของชาวบ้านล่องลำน้ำโขงไปดูปลาข่า แล้วเราก็ไม่ผิดหวัง ...ท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติ ลำน้ำโขงที่ไหลเอื่อย ๆ สายลมเฉื่อยฉิว ฟ้าสีครามเบื้องบนเป็นใจให้กับเรา..."

       จุดดูปลาโลมาน้ำจืด ที่ฝั่งขวาแม่น้ำโขง จังหวัดสตึงแตรง ห่างจากชายแดนลาว 1 กม. หรือตรงจุดนี้เรียกว่าเวินคามโดยที่ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านแก่งหินกว้างไม่น้อยกว่า 10 กม. ที่เรียกว่า "สี่พันดอน" การเดินทางจากช่องสะงำ มาถึงเมืองอัลลองเวง เลี้ยวซ้ายไปจังหวัดพระวิหาร ตามเส้นทาง เข้าสู่เขตจังหวัดสตรึงแตรง จะมีทางแยกซ้าย ผ่านป่าเบญพรรณที่หนาทึบ เรียกว่าป่าดอม กระลอร์ (Dom Kralor) ประมาณ 30 กิโลเมตร ถึงชุมชนบ้านโอสวาย ริมฝั่งแม่น้ำโขง พวกเราถ่ายรูปและนั่งเรือชมปลาข่า คนละ 150 บาท (ไทย) ที่ชุมชนมีบริการเหมาเรือหายาวนำท่องเที่ยว ช่วงนี้น้ำจะเป็นสีขุ่น (สีแดง ๆ ) ปริมาณที่มีเป็นจำนวนมาก จากน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา

       .... จากนั้นรับประทานอาหาร (เที่ยง) กว่าแม่ครัวเขมร (เชฟ) จะทำอาหารเสร็จก็เลยบ่าย 3 โมง ทำให้อาหารอร่อยไปทุกคำ โดยเฉพาะไข่เจียว ปลาทอดราดพริก... ข้าวสวยร้อน ๆ หมดไป 2 จาน ตบท้ายด้วยโค๊ํก 1 กระป๋อง น้ำดื่ม 2 ขวด ได้เวลา 16.30 น. เราเดินทางกลับทางเดิม เพื่อที่จะข้ามเรือไปยังจังหวัดสตึงแตรง

       สภาพอากาศวันนี้ดีมาก แดดเปรี้ยง จัด ร้อน น้ำไหลแรงมาก เวลา 15.00 น. พบปลาโลมา 2 ตัว ขนาดกลาง น้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม เล่นน้ำโชว์ให้ทีมงานพวกเราเห็นแบบจะ ๆ กัน 10 กว่าครั้ง ระยะห่างประมาณ 150 เมตร ที่มองเห็นเลยทีเดียว....

-------------------------------------------
ผู้เขียน : @ดร.เซราะกราว
          วันที่ 14 สิงหาคม  2557
ข้อมูลอ้างอิง : WWF ประเทศไทย (wwf.panda.org) ; วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี; อินวันไกด์ดอทคอม (In1Guide).com, เดลินิวส์ออนไลน์(dailynews.co.th)

 ภาพประกอบ

นั่งเรือเช่าเหมาลำ (เรือหางยาว) ที่ไว้บริการ คนละ 300 บาท เวลา 1 ชม. เรือวิ่งไปตลางแม่น้ำโขง เพื่อให้เราเห็นปลาโลมาผุดมาหายใจ จากใต้พื้นน้ำ  ทางเข้าไปยังเวินคาม เป็นถนนลูกรัง เข้าไปอีก ประมาณ 40 กม. ถนนดีมาก ไม่ค่อยมีหมู่บ้านคน เป็นส่วนหนึ่งของป่าดงกะลอร์ ถึงแล้ว จุดชมปลาโลมา..ช่วงเดือนสิงหาคม เป็นฤดูน้ำหลาก ไหลท่วมบริเวณริมฝั่ง คลื่น้ำแรงมาก เนื่้องจากจากน้ำไหลวน
คณะลูกทัวร์ของเรา ที่ลงเรือลำเดียวกัน ใส่เสื้อชูชีพ (สภาพเก่าและขาดมาก) b_260_165_16777215_0___images_stories_BLOG_COMBODIA_01_001_x_1661010735899941459_n.jpg เรือหางยาวมีไว้บริการนักท่องเที่ยว พร้อมออกเดินทาง...แต่เราขอทานข้าวก่อน บ่าย 3 โมง (ข้าวเที่ยง)
   แผนภาพแสดงบริเวณที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี เป็นช่วงต่อระหว่างประเทศลาวกับประเทศเขมร บริเวณ สี่พันดอน  ปลาโลมาอิรวดี ...ภาพถ่ายสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต
 เรือนำนักท่องเที่ยว กลุ่มทริปของเรา บางคนไม่เสื้อชูชีพ... (อย่าหาว่าไม่ตือน)  ขากลับ สะพานหลายจุดชำรุด ตรงตอม่อ....เอ้าช่วยกัน หาแป้นปีก มาวาง....  พร้อมแล้วสำหรับการออกไปดูปลาโลมา....มาแล้วก็ต้องจ่าย ครับหัวละ 300 บาท (ขาดตัว)
 เรือหางยาว รอแย่งลูกค้ากัน....ปลาโลมาผุดว่ายอยู่ไกล ๆ  ถนนลูกรัง แยกไปประมาณ 40 กม. เป็นแบบนี้แหละ สภาพชำรุด เป็นช่วง ๆ  ถนนลาดยางสายหลัก จากแยกอะลองเวง ไป จังหวัดพระวิหารและจังหวัดสตึงแตรง ถนนดีมาก สองข้างทางวิวสวยงาม แปลกตาที่มีแต่ตอไม้
     
     

 

 

 

 

 

 

 

 

Share

เจ้าของ : ดร.สุวัฒน์ อุ่นทานนท์ โรงเรียนบ้านทุ่งวัง สพป.บุรีรัมย์ เขต 4, สพฐ.  กระทรวงศึกษาธิการ  ราชอาณาจักรไทย
Dr.Suwat Unthanon, Ban Thungwang School, Buriram Primary Educational Service Area Office 4,  
Basic Education Commission Office, Ministry of Education, Thailand
ที่ตั้ง : 25 ถนนประชาบูรณะ หมู่ที่ 16 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์  ประเทศไทย รหัสไปรษณีย์ 31150
Location: Ban Thungwang School, Thungwang Sub-district, Satuk District, Buriram Province,  Thailand, Postcode 31150
E-mail : suwat6811@gmail.com Tel. Mobile 0-87245-8534 FAX. , Contact US

Copyright @ 2012 by ICT Teacher Club of Buriram Primary Educational Service Area Office 4, All rights Reserved