อังคาร, กันยายน 17, 2019
   
TEXT_SIZE

การปฏิรูปการศึกษาไทยในฝัน ในห้วง ระยะเวลา 10 ปี ที่ควรสานต่อ

 การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (2552-2561)

หลักการที่สาคัญในการปฏิรูปการศึกษา

 

1. การสร้างคุณภาพและเนื้อหาในการศึกษา

2. การสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา

3. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม

 หรือจะเรียกง่าย ๆ  คือ คุณภาพ  โอกาส  การมีส่วนร่วม ก็ได้นะครับ

นั้น คือ

จุดเน้นของการปฏิรูป 3 เรื่อง

1. พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้

2. โอกาสทางการศึกษา เปิดโอกาสให้ คนไทยเข้าถึงการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

3. การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของ สังคม

คุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้เป็นอย่างไร ?

• คุณภาพคนไทยยุคใหม่

• คุณภาพครูยุคใหม่

• คุณภาพแหล่งเรียนรู้/สถานศึกษา ยุคใหม่

• คุณภาพการบริหารจัดการใหม่

กลไกขับเคลื่อนการปฏิรูป

 

• ตั้งคณะกรรมการนโยบายการปฏิรูป การศึกษา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็น ประธาน

   ปัจจุบัน  น่าจะเป็นหัวหน้าคณะ คสช.

• ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป การศึกษา โดยมี รมว.ศธ.เป็น ประธาน

    ปัจจุบันน่าจะเป็น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กลไกขับเคลื่อนการปฏิรูป

- จัดตั้งกลไกอื่นๆ ตามความจาเป็น เช่น สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ETV

คณะกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นต้น

เป้าหมายยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ระหว่าง 2552-2561

1. คนไทยและการศึกษาไทยมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล

2. คนไทยใฝ่รู้ : สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง รักการอ่าน และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง

3. คนไทยใฝ่ดี : มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสานึกและค่านิยมที่พึง ประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม

มีจิต สาธารณะ มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย

4. คนไทยคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาได้:

มีทักษะในการคิดและปฏิบัติ มีความสามารถในการแก้ปัญหา

มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการแข่งขัน

ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง  2552-2561

1. คนไทยและการศึกษาไทยมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากลตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย

 

   1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาหลักจากการทดสอบระดับชาติ มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 50

   1.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ากว่าค่าเฉลี่ย นานาชาติ

        (ผลทดสอบ PISA)(ปี 2552 ต่ากว่าค่าเฉลี่ย : คณิต 419 คะแนน (ค่าเฉลี่ย 496 คะแนน) / วิทย์ 425 คะแนน

        (ค่าเฉลี่ย 501 คะแนน)

   1.3 ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ต่อปี (ปี 52 TOEFL= 74 คะแนน (คะแนนเต็ม 120))

   1.4 ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ต่อปีตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

   1.5 สัดส่วนผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษา : สามัญศึกษา เป็น 60 : 40 (ปี 51 = 39 : 61ปี 52 = 38 : 62)

   1.6 ผู้สาเร็จอาชีวศึกษาและอุดมศึกษามีคุณภาพระดับ สากล และเป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ

   1.7 จานวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทย (อายุ 15-59 ปี) เพิ่มขึ้นเป็น 12 ปี (ปี 52 = 8.9 ปี)

2. คนไทยใฝ่รู้ : สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง รักการอ่าน และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง

ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย

    2.1 ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ากว่าร้อยละ 75 มีทักษะในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง

         รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

    2.2 อัตราการรู้หนังสือของประชากร (อายุ 15 - 60 ปี) เป็นร้อยละ 100 (ปี 53 = ร้อยละ 99.4)

    2.3 ผู้เข้ารับบริการในแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นปีละอย่างน้อย ร้อยละ 10

    2.4 คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือนอกเวลาเรียน/ นอกเวลาทางาน โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 60 นาที

         (ปี 51 = 37-39 นาที)2.5 สัดส่วนผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ต่อ ประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป

         เป็นร้อยละ 50

3. คนไทยใฝ่ดี : มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสานึกและค่านิยม ที่พึงประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วมมีจิตสาธารณะ

    มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย

  ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมายตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

  3. คนไทยใฝ่ดี : มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสานึกและค่านิยม ที่พึงประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วมมีจิตสาธารณะ มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย

     3.1 ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ากว่าร้อยละ 75 มีคุณธรรม จริยธรรมและมีความเป็นพลเมือง

     3.2 จานวนคดีเด็กและเยาวชนที่ถูกดาเนินคดีโดยสถานพินิจฯ ลดลงร้อยละ 10 ต่อปี (ปี 53 = 44,057 คน ลดลงจากปี 52 ร้อยละ 5)

     3.3 จานวนเด็กอายุต่ากว่า15 ปีที่ตั้งครรภ์ลดลงร้อยละ 10 ต่อปี (ปี 52 = 3,299 คน เพิ่มจาก 51 ร้อยละ 8.4)

     3.4 จานวนเด็กเข้ารับการบาบัดยาเสพติดลดลงร้อยละ 10 ต่อปี (อายุ 24 ลงมา ปี 52 = 57,352 คน เพิ่มร้อยละ 38.7)

     3.5 สัดส่วนคนไทยที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา และ กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอย่าง สม่าเสมอ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี

4. คนไทยคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาได้ : มีทักษะในการคิดและปฏิบัติ มีความสามารถในการแก้ปัญหา

    มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการแข่งขัน

ตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมาย

   4.1 ผู้เรียนไม่ต่ากว่าร้อยละ 75 มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิด สร้างสรรค์

   4.2 ผู้สาเร็จการอาชีวศึกษาและการอุดมศึกษา มี สมรรถนะเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้ และมีงานทาภายใน 1 ปี

        รวมทั้งประกอบอาชีพอิสระเพิ่มขึ้น

   4.3 กาลังแรงงานที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 65 และมีสมรรถนะทางวิชาชีพตามมาตรฐาน

       (ปี 53 = ร้อยละ 45.6)

นโยบายและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาด้านต่างๆ

๑) นโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาด้านการเพิ่มโอกาสการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย

๒) นโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและเรียนรู้

๓) ยุทธศาสตร์และมาตรการการปฏิรูประบบคุรุศึกษาของประเทศ

๔) ยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง

๕) ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการศึกษา

๖) นโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาด้านการพัฒนาอาชีวศึกษา

นโยบายหลักเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา

ประเด็นหลัก

๑ กระบวนการเรียนรู้ใหม่ : ๑๒ นโยบายประเด็นหลักที่

๒ ครูยุคใหม่/ครูพันธ์ใหม่และครูสาขาขาดแคลน :๑๓ นโยบายประเด็นหลักที่

๓ สถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่ : ๙ นโยบายประเด็นหลักที่

๔ การบริหารจัดการใหม่ : ๘ นโยบาย

๑ กระบวนการเรียนรู้ใหม่ (๑๒ นโยบาย)

 

๑.๑ พัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะวิทย์ คณิต เทคโนโลยี ภาษาไทยอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่น และเทคโนโลยีสารสนเทศ

๑.๒ ปรับหลักสูตร การเรียนการสอน เน้นกิจกรรมมากขึ้น (๗๐:๓๐)

๑.๓ ส่งเสริมการศึกษาให้แก่ประชากรทุกกลุ่ม ด้วยรูปแบบหลากหลาย

๑.๔ สร้างความเป็นพลเมือง๑.๕ พัฒนากรอบมาตรฐานคุณวุฒิ๑.๖ ส่งเสริมการศึกษาของเด็กปฐมวัย

๒ ครูยุคใหม่/ครูพันธุ์ใหม่และครูสาขาขาดแคลน (๑๓ นโยบาย)

๒.๑ พัฒนาทักษะครูด้านวิทย์ คณิต เทคโนโลยี ภาษาไทยอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่น และเทคโนโลยีสารสนเทศ

๒.๒ พัฒนาครูประจาการให้เป็นครูยุคใหม่

๒.๓ เร่งรัดผลิตครูพันธุ์ใหม่

๒.๔ เร่งผลิตครูสาขาขาดแคลนและครูวิชาชีพ

๒.๕ ส่งเสริมและพัฒนาสถาบันผลิตครูให้มีความเข้มแข็ง

๒.๖ ยกย่องครูสอนดี๒.๗ คืนครูให้กับศิษย์ 

๒.๗ คืนครูให้กับศิษย์

๒.๘ พัฒนาศึกษานิเทศก์ยุคใหม่

๒.๙ ยกเครื่องระบบการบริหารงานบุคคล และปรับระบบการประเมินวิทยฐานะครู

๒.๑๐ พัฒนามาตรฐานวิชาชีพครูให้สอดคล้องกับภารกิจของครู

๒.๑๑ จัดระบบ “คูปองพัฒนาครู”

๒.๑๒ สนับสนุนให้มีสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ

๒.๑๓ ยกระดับสถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

๓ สถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่(๙ นโยบาย)

๓.๑ สนับสนุนโรงเรียนดีประจาตาบล อาเภอ จังหวัด

๓.๒ สร้างโอกาสการเข้าถึงมาตรฐานการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ (๓Ns) ที่เท่าเทียมกัน

๓.๓ สนับสนุน กศน.ตาบล ห้องสมุดประชาชน แหล่งเรียนรู้อื่นๆ

๓.๔ ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับอย่างน้อย ๑ จังหวัด

๓.๕ ให้มีการจัดทา MOU เพื่อร่วมมือจัดการเรียนรู้

๓.๖ ส่งเสริมสถานศึกษารูปแบบใหม่

๓.๗ เพิ่มขีดความสามารถของสถาบันอุดมศึกษา

๓.๘ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจัดและสนับสนุนการจัด กศ.

๓.๙ ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้

๔ การบริหารจัดการใหม่(๘ นโยบาย)

๔.๑ เพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเปล่าของโรงเรียนขนาดเล็ก

๔.๒ สร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี

๔.๓ ปรับบทบาทของ ศธ. เป็นหน่วยอานวยการ สนับสนุน ส่งเสริม

๔.๔ ปรับระบบการจัดสรรงบประมาณ ที่เน้นผู้เรียน

๔.๕ ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือ ความเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษา

๔.๖ จัดระบบบัตรทองให้ผู้ด้อยโอกาส

๔.๗ ปรับระบบบริหารและการจัดการระบบอุดมศึกษา

๔.๘ สร้างแรงจูงใจเพื่อให้มีผู้เรียนอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น

นโยบายเร่งด่วน ๑๐ ประการ

 

กระบวนการเรียนรู้ใหม่

๑. พัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ

๒. ปรับหลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผลในรูปแบบใหม่ โดยเน้นกิจกรรมมากขึ้น

    (๗๐ : ๓๐) รวมทั้งกาหนดจุดเน้นพัฒนาผู้เรียนแต่ละระดับให้ชัดเจน

ครูยุคใหม่/ครูพันธุ์ใหม่และครูสาขาขาดแคลน

๓. พัฒนาทักษะครูด้านวิทย์ คณิต เทคโนโลยี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่น และเทคโนโลยีสารสนเทศ

    ให้ครอบคลุมครูทุกระดับ/ประเภท โดยจัดให้มีคูปองพัฒนาครู

๔. เร่งรัดผลิตครูพันธุ์ใหม่ โดยมีการสรรหา และคัดกรองจากคนที่มีจิตวิญญาณครู คนดี คนเก่ง อยากเป็นครู แ

    ละพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการ (facilitator)

๕. เร่งผลิตครูสาขาขาดแคลนและครูวิชาชีพ    ด้วยวิธีการที่หลากหลาย สนับสนุนให้นักเรียนและคนไทยใน

     ต่างประเทศมาเป็นครูโดยมีมาตรการจูงใจทางการเงินและสนับสนุนให้รับบุคลากรจากภาคอุตสาหกรรม

     ที่มีความสามารถมาเป็นครู

๖. สนับสนุนโรงเรียนดีประจาตาบล อาเภอ จังหวัด และพัฒนาคุณภาพด้วยระบบเครือข่าย โรงเรียนคู่พัฒนา โดยให้ อปท.

    มีบทบาทมากขึ้น

๗. สร้างโอกาสการเข้าถึงมาตรฐานการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ (๓Ns)

    ที่เท่าเทียมกันทั้งประเทศ

๘. ให้มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ (MOU) ระหว่างผู้บริหาร ครู เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา

     และแหล่งเรียนรู้ เพื่อร่วมมือจัดการเรียนรู้

การบริหารจัดการใหม่

๙. เพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเปล่าของโรงเรียนขนาดเล็กด้วยมาตรการที่เหมาะสม

    ได้แก่ การควบรวม การปรับปรุงประสิทธิภาพการสร้างเครือข่าย

๑๐ สร้างแรงจูงใจเพื่อให้มีผู้เรียนอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น และขยายการจัดอาชีวศึกษาและ

     อุดมศึกษาสู่กลุ่มประชากรวัยแรงงาน ผู้นอกภาคแรงงาน และผู้สูงอายุ และสนับสนุน

     การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาวิชาชีพชั้นสูงระดับปฏิบัติการ

การดาเนินงานต่อไป

-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเครือข่าย ทุกภาคส่วนในทุกพื้นที่ ร่วมระดมความคิดเห็น

 และหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ในแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่-ศธ. /องค์กรที่เกี่ยวข้อง

 เช่น สสส. สสค. สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา

 ให้เป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้”-วิจัยนาร่อง ค้นหาต้นแบบที่ดี ยกย่อง ขยายผล-หน่วยปฏิบัตินานโยบายไปปฏิบัติ

ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปการศึกษา 

๑. การจัุดการศึกษาเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนไทยยุคใหม่

    -รักชาติ ศาสน์ กษัตรินย์

    -ซื่อสัตย์สุจริต

    -จิตมีวินัย

    -ใฝ่เรียนรู้

    -อยู่อย่างพอเพียง

    -มุ่งมั่นในการทำงาน

    -รักความเป็นไทย

    -มีจิตสาธารณะ

๒. การเพิ่มสมรรถนะของไทยยุคใหม่

    -ทักษะการสื่อสาร  การให้ข่าวสาร ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน

    -ทักษะการคิด  คิดสร้างสรรค์ คิดเชิงบวก

    -ทักษะการแก้ปัญหา  ด้วยวิธีการที่สันติ สมานฉันท์

    -ทักษะชีวิต  ในการหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติดให้โทษทุกชนิด

    -ทักษะการใช้ ICT หรือเทคโนโลยี  โดยเฉพาะนาโนเทคโนโลยี

๓. การจัดการศึกษาเพื่อการปรองดองสมานฉันท์และเอื้ออาทรของคนในชาติ

    -ให้ประชาชนในชาติเข้าใจกันและกัน ที่ผ่านมาขอให้ลืมไปเสีย

    -เข้าถึงจิตใจของประชาชน และเปลี่ยนสภาพจิตใจให้รักชาติ รักแผ่นดิน รักบ้านเกิดและเพื่อนบ้าน

    -ให้ประชาชนอยากพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน และประเทศชาติ

๔. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างคน สร้างชาติ สร้างและพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

    -พอประมาณ  (ตามกำลังความสามารถ)

    -มีเหตุมีผล    

    -มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวที่ดีภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม

 

b_260_165_16777215_0___images_stories_NEW_GENERAL_56_Education_NEW_03_10464356_304904959676685_n.jpg

 

ผู้เขียน :  ถวิล อรัญเวศ รองผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4 (กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก)
ที่มา :  Facebook ถวิล อรัญเวศ

Share

รวมข่าวประชาสัมพันธ์ หมวดต่าง ๆ ในเว็บไซต์

รวมข่าวหมวดต่าง ๆ ในเว็บไซต์ ดร.สุวัฒน์  อุ่นทานนท์
     ข่าวประชาสัมพันธ์ สพป.บุรีรัมย์ เขต 4
     ข่าวกลุ่มโรงเรียนในสังกัด
     ข่าวสาระความรู้ทั่วไป (จังหวัดบุรีรัมย์)
        • ข่าวการศึกษา      ข่าวกีฬาและนันทการ    ข่าวบันเทิง              ข่าวสังคม
        
ข่าวการเมือง        ข่าวเศรษฐกิจ             ข่าวอาชญากรรม     ข่าวศิลปวัฒนธรรม
        
ข่าวท่องเที่ยว      ข่าว ICT
     ประกาศคำสั่ง/หนังสือราชการ
     เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

 


ข่าว/บทความล่าสุด (Latest News)

เจ้าของ : ดร.สุวัฒน์ อุ่นทานนท์ โรงเรียนบ้านทุ่งวัง สพป.บุรีรัมย์ เขต 4, สพฐ.  กระทรวงศึกษาธิการ  ราชอาณาจักรไทย
Dr.Suwat Unthanon, Ban Thungwang School, Buriram Primary Educational Service Area Office 4,  
Basic Education Commission Office, Ministry of Education, Thailand
ที่ตั้ง : 25 ถนนประชาบูรณะ หมู่ที่ 16 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์  ประเทศไทย รหัสไปรษณีย์ 31150
Location: Ban Thungwang School, Thungwang Sub-district, Satuk District, Buriram Province,  Thailand, Postcode 31150
E-mail : suwat6811@gmail.com Tel. Mobile 0-87245-8534 FAX. , Contact US

Copyright @ 2012 by ICT Teacher Club of Buriram Primary Educational Service Area Office 4, All rights Reserved